อาสาพัฒนาและป้องกันตนเองแห่งชาติ





ทำเนียบกำลังพล
 


๑. ประวัติความเป็นมาของโครงการเพชรในตม

คณะรัฐมนตรี ได้รับอนุมัติในหลักการจัดตั้ง โครงการอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง(อพป.)
เมื่อ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๑๗ โดยศูนย์อาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน(ศอพป.กอ.รมน.) ในขณะนั้นเป็นผู้ประสานการดำเนินงาน และได้มีคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๑๘/๒๕๑๘ ลง ๒๓ มกราคม ๒๕๑๘ กำหนดให้โครงการ อพป. เป็นโครงการระดับชาติ ตามนโยบายการต่อสู้เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์โดยวิธีการใหม่และให้ถือเป็นโครงการเร่งด่วนสูงสุดที่ส่วนราชการทุกระดับจะต้องให้ความร่วมมือ สนับสนุน เพื่อส่งเสริมสร้างความมั่นคงทาง เศรษฐกิจ สังคม การปกครอง และการรักษาความปลอดภัยให้เกิดขึ้นในหมู่บ้านต่าง ๆ ในชนบทห่างไกล จนกระทั่งถึงปี พ.ศ.๒๕๒๙ พลเอก อาทิตย์ กำลังเอก ผู้บัญชาการทหารสูงสุด รักษาราชการ
ผู้บัญชาการทหารบก ได้ให้ศูนย์อาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน(ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่ง ของส่วนมวลชนและกิจการพิเศษ สำนักเลขาธิการ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน) จัดทำโครงการ “เพชรในตม” ขึ้นมา โดยได้เล็งเห็นว่าการให้การศึกษาแก่ราษฎร ในหมู่บ้านที่ห่างไกลเท่านั้น จะสามารถแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ จึงได้ประสานความร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เปิดรับสมัครนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ที่มีภูมิลำเนาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง มีผลการเรียนดี แต่ครอบครัวมีฐานะยากจนทำการคัดเลือกเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เป็นรุ่นที่ ๑ ของปีการศึกษา ๒๕๒๙
วันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๒๙ พลเอก ประเทียบ เทศวิศาล ผู้อำนวยการศูนย์อาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง ในขณะนั้น ได้นำนิสิตโครงการเพชรในตม รุ่นที่ ๑ จำนวน ๒๙ คน เข้าเยี่ยมคารวะ พลเอก อาทิตย์ กำลังเอก ในฐานะที่ท่านเป็นผู้มีความสนใจและได้ริเริ่มให้มีการจัดทำโครงการฯ และให้การสนับสนุนโครงการเพชรในตม จึงได้บริจาคทรัพย์เพื่อใช้ดำเนินการในโครงการเป็นทุนเริ่มแรกจำนวนหนึ่งแสนบาท ส่วนกิจการพลเรือน ฯ ได้มอบเงินสมทบอีกจำนวนหนึ่ง และคณะกรรมการโครงการเพชรในตมจึงขออนุญาตจาก พลเอก อาทิตย์ ฯ จัดตั้งเป็นกองทุนโดยขอใช้ชื่อว่า “กองทุนกำลังเอก(เพชรในตม)” โดยใช้ดอกผลจากกองทุน ฯ เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน แต่เนื่องจากการดำเนินงานตามโครงการนี้จำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จำนวนมาก กองทุนที่จัดตั้งไว้ไม่เพียงพอ ท่านจึงมีดำริการรณรงค์จัดหาทุนเพิ่มเติมโดยจัดให้มีกิจกรรมต่าง ๆ ตามโอกาสอันสมควร และได้มอบให้ คุณชม้อย รัตนสุวรรณ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาและกรรมการ ดำเนินการ เป็นผู้ประสานงาน ริเริ่มจัดกิจกรรมขึ้นเป็นครั้งแรก โดยจัดให้มีการแข่งขัน ชกมวยนัดพิเศษ ขึ้น ณ เวทีมวยลุมพินี ในวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๒๙ ได้เงินประมาณล้านบาทเศษ(๑,๑๓๐,๗๕๙.๖๑ บาท) ซึ่งทำให้ดำเนินการไปได้คล่องตัวมากขึ้น กว่าเดิมจนถึงปัจจุบัน
และ ในวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๒๙ นี้เอง พลเอก อาทิตย์ กำลังเอก ซึ่งท่านเป็นผู้มองการณ์ไกล
มีความห่วงใยนิสิต ปัจจุบัน และนิสิตรุ่นต่อ ๆ ไป ทราบว่านิสิตเหล่านี้พักอาศัยอยู่ตามหอพักของเอกชน
ทำให้เกิดความห่วงใยว่านิสิต อาจได้รับสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดี จนอาจขาดความสนใจ ต่อการศึกษากอปรกับผู้ปกครองส่วนใหญ่มีฐานะยากจน ด้วยความห่วงใย ความเมตตา และความสามารถที่มองเห็นการณ์ไกลนี้ ทำให้ท่านมอบให้ พลโท จรวย วงศ์สายัณห์ ผู้อำนวยการศูนย์กิจการพลเรือน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในขณะนั้น ซึ่งเป็นผู้ควบคุม กำกับดูแลงานของศูนย์อาสาพัฒนาและป้องกันตนเองดำเนินการประสานกับ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จึงหาพื้นที่ในบริเวณมหาวิทยาลัย ฯ เพื่อสร้างหอพัก ขนาดจุนิสิตได้ ๔ รุ่น รุ่นละ ๓๐ คน รวม ๑๒๐ คน (ปีที่ ๑ -๔) โดยบริจาคเงินส่วนตัวอีก ๕ ล้านบาทเศษ เป็นค่าจัดสร้างหอพัก หลังจากนั้น ทางมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ได้ประสานงานกับเริ่มสร้างได้สำเร็จและได้เชิญท่านไปเป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารหอพักนิสิตโครงการเพชรในตม ในวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๒๙ และนิสิตได้เข้าไปพำนักอยู่ตั้งแต่ วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๓๐
อาคารหอพักนิสิตโครงการเพชรในตม มี ๔ ชั้น และมีดาดฟ้าเป็นชั้นที่ ๕ โดยมีรายละเอียดดังนี้.-
ชั้นที่ ๑ เป็นห้องรับแขก ห้องพักอาจารย์ประจำหอพัก ๒ ห้อง และห้องโถงล่างสำหรับจัดกิจกรรมและเป็นที่พักผ่อนของนิสิตโครงการเพชรในตม
ชั้นที่ ๒ เป็นห้องนอน ห้องอ่านหนังสือ และห้องน้ำ ของนิสิตชาย
ชั้นที่ ๓ เป็นห้องนอน ห้องอ่านหนังสือ และห้องน้ำ ของนิสิตหญิง และเป็นห้องพักของผู้ดูแลหอพักหญิง
ชั้นที่ ๔ เป็นห้องนอน ห้องพักอ่านหนังสือ และห้องน้ำนิสิตหญิง
ชั้นที่ ๕ เป็นดาดฟ้าสองด้าน สำหรับตากเสื้อผ้า

๒.การสอบคัดเลือก

๒.๑ มีสัญชาติไทย และมีภูมิลำเนาอยู่ในหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง (อพป.) มาแล้วไม่น้อยกว่า ๓ ปี นับจนถึงวันรับสมัคร มีสำเนาทะเบียนบ้าน และหนังสือรับรองจากประธานคณะกรรมการกลางหมู่บ้าน อพป.ด้วย
๒.๒ กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ หรือกำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ ตามโครงการส่งเสริม และพัฒนานักเรียนที่มีความสามารถพิเศษ ในการเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (สพพ.) หรือโครงการลงทะเบียนเรียนตามเวลาและความสามารถของนักเรียน (สลบ.) ของกรมสามัญศึกษา มหาวิทยาลัยจะไม่พิจารณาผู้ที่สอบเทียบได้ หรือผู้ที่จบการศึกษาปีที่ ๖ แล้ว และมีคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า ๒.๗๕
๒.๓ เป็นผู้มีความประพฤติดี มีลักษณะเป็นผู้นำที่ดี มีความรับผิดชอบ มีวินัย มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ โดยมีหนังสือรับรองความประพฤติดังกล่าวจากหัวหน้าสถานศึกษา
๒.๔ มีสุขภาพแข็งแรง สมประกอบ บุคลิกภาพดี
๒.๕ ไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรง ซึ่งเป็นโรคที่สังคมรังเกียจ และ/หรือ เป็นโรคที่จะเบียดเบียนหรือเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา

๓. การสนับสนุนนิสิตโครงการเพชรในตมจะได้รับการสนับสนุนดังนี้

๓.๑ มีหอพักภายใน มศว. ตลอดเวลา ๕ ปี (ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้าประมาณ ๒ ๐๐ บาท/คน/เดือน) ปัจจุบัน มศว.กำหนดให้พัก
ณ หอพักของ มศว.แห่งใหม่ อ.องครักษ์ จว.นครนายก
๓.๒ มศว. โดยคณะศึกษาศาสตร์ จัดให้นิสิตสอนพิเศษในโรงเรียนสาธิต มศว.เพื่อเพิ่มรายได้ในขณะเรียน

๔. การศึกษาอบรม และร่วมกิจกรรมพิเศษต่าง ๆ

ที่ทางมหาวิทยาลัยร่วมกับ กอ.รมน. จัดเพิ่มเติมให้เป็นพิเศษแก่นิสิตในโครงการ เพื่อให้ได้เป็นไปตามหลักการ
และวัตถุประสงค์ของโครงการ หลักสูตรกิจกรรมพิเศษที่จัดให้ในห้วงแรก มีประมาณ ๔ ด้าน ต่อมา
พ.ศ.๒๕๓๓ ได้มีการพิจารณาปรับปรุงใหม่ตามความเหมาะสมกับสถานการณ์และวิทยาการที่เปลี่ยนไป
เป็น ๗ ด้าน ได้แก่

๔.๑ กิจกรรมด้านส่งเสริมวิชาการและเทคโนโลยี

๔.๑.๑ เข้ารับการแนะนำการใช้ห้องสมุด ณ สำนักหอสมุดกลาง
๔.๑.๒ อบรมการพูดในที่ชุมชน
๔.๑.๓ ฟังการบรรยายจากผู้ประสบความสำเร็จในชีวิต
๔.๑.๔ ศึกษาดูงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ณ ห้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯ
๔.๑.๕ อบรมคอมพิวเตอร์ จะได้รับการศึกษาเกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อให้สามารถนำไปใช้
ในการเรียนการสอบและเก็บข้อมูล ต่าง ๆ
๔.๑.๖ กิจกรรมการอบรมลูกเสือ มีการอบรมลูกเสือเพื่อให้เป็นผู้กำกับลูกเสือสามัญสามารถนำไปใช้สอนเด็กได้ต่อไป
๔.๑.๗ กิจกรรมการอบรมเกี่ยวกับกฎหมาย ให้การศึกษากฎหมายเกี่ยวกับการปฏิบัติ ราชการ และศึกษา เกี่ยวกับกฎหมายชาวบ้าน ที่นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
๔.๑.๘ กิจกรรมการสอนเสริมภาษาอังกฤษ ให้เกิดทักษะสามารถนำไปใช้ได้อย่างแท้จริง โดยมีอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้สอนอย่างสม่ำเสมอ
๔.๑.๙ กิจกรรมให้คำปรึกษา ในขณะศึกษาอยู่มีอาจารย์ช่วยดูแลแนะนำต่าง ๆ หรือ
ถ้าเกิดปัญหาก็สามารถปรึกษากับอาจารย์ฝ่ายแนะแนวได้ตลอดเวลา
๔.๒ กิจกรรมด้านความมั่นคงและการปกครอง
๔.๒.๑ กิจกรรมกาอบรมตลอดจนการศึกษาดูงาน งานส่วนนี้ทาง กอ.รมน. ได้เป็นผู้ให้การอบรมดูแล โดยจัดหลักสูตรอบรม เรื่องการพัฒนาประชาธิปไตย การศึกษาดูงานหมู่บ้านดีเด่น
โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ การพิทักษ์ประชาชนและทรัพยากร
๔.๒.๒ การศึกษาดูงานที่รัฐสภา งานส่วนนี้ทางคณะศึกษาศาสตร์ จะจัดกิจกรรมเสริม
โดยให้ไปทัศนศึกษา ณ รัฐสภา เพื่อเพิ่มประสบการณ์ทางด้านการพัฒนา ประชาธิปไตยให้มากขึ้น

๔.๓ กิจกรรมด้านการพัฒนาชุมชน

๔.๓.๑ กิจกรรมค่ายเพชรอาสา ทุก ๆ ภาคฤดูร้อน นิสิตเพชรในตมจะทำกิจกรรมที่เรียกว่า
“ ค่ายเพชรอาสา ” โดยเลือกหมูบ้านหรือโรงเรียนที่อยู่ห่างไกลชนบทเข้าไปช่วยพัฒนา
เช่น การสร้างอาคารเรียน การสร้างส้วม การทำสนามเด็กเล่น การสร้างหอประชุมประจำหมู่บ้าน
การอบรมให้ความรู้แก่ชุมชน เช่น การเพาะเห็ดการขยายพันธุ์พืช เป็นต้น
๔.๓.๒ กิจกรรมการอบรมสาธารณสุขมูลฐาน คณะศึกษาศาสตร์จัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับ
สาธารณสุขมูลฐาน การรักษาสุขภาพอนามัย การปฐมพยาบาล เพื่อให้สามารถนำไปใช้
สอนเด็กและใช้ในชีวิตประจำวันได้

๔.๔ กิจกรรมด้านส่งเสริมอาชีพ

๔.๔.๑ ด้านการเกษตร จัดให้นิสิตเข้าศึกษาอบรมทุก ๆ ปี ในเรื่องการ ขยายพันธุ์พืช
การเพาะเห็ด การทำปุ๋ยหมัก และการดูแลบำรุงดินให้มีคุณภาพ โดยนิสิตจะเข้าไปศึกษาอบรมเป็นระยะเวลายาวนาน ในฟาร์มต่าง ๆ ระหว่างช่วงปิดภาคเรียน
๔.๔.๒ ด้านสหกรณ์และการตลาด จัดนำนิสิต ไปทัศนศึกษายังสหกรณ์ต่าง ๆ
ให้เข้าถึงระบบการทำงาน ตลอดจนเชิญวิทยากรมาบรรยายให้ฟัง

๔.๕ กิจกรรมด้านส่งเสริมจริยธรรมและศิลปวัฒนธรรม

๔.๕.๑ ด้านทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม เพื่อให้นิสิตเกิดความหวงแหนศิลปวัฒนธรรมจึงได้จัดไป
ศึกษาดูงานตามสถานที่ต่าง ๆ เช่น พิพิธภัณฑ์ วัดต่าง ๆ พระที่นั่งวิมานเมฆ พระที่นั่งอนันตสมาคม
และอื่น ๆ
๔.๕.๒ ด้านจริยธรรม เพื่อให้นิสิตได้เป็นครูที่ดี มีคุณธรรมเป็นผู้นำที่ซื่อสัตย์ในหมู่บ้าน เป็นตัวอย่าง
แก่ลูกศิษย์ และชาวบ้าน คณะศึกษาศาสตร์ได้จัดกิจกรรมทุก ๆ ปี ให้นิสิตเข้ารับการอบรมปฏิบัติธรรม
จากสถานที่ต่าง ๆ เช่น วัดสวนแก้ว วัดอัมพวัน วัดเขาพญาจงอาง และที่อื่น ๆ อีกมาก ตลอดจนเชิญ
วิทยากรทั้งฆราวาส และพระสงฆ์ มาให้การอบรมอย่างสม่ำเสมอ
๔.๕.๓ร่วมกิจกรรมเดินเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ
(๑๒ สิงหามหาราชินี) ณ ท้องสนามหลวง
๔.๕.๔ ร่วมกิจกรรมเดินเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
(๕ ธันวามหาราช) ณ ท้องสนามหลวง

๔.๖ กิจกรรมด้านบำเพ็ญประโยชน์

๔.๖.๑ กิจกรรมค่ายวันเด็ก ในทุกปีนิสิตทุกคนจะออกจัดกิจกรรมในวันเด็กแห่งชาติ โดยเลือกโรงเรียนในชนบทห่างไกล เพื่อให้เด็กที่ขาดโอกาสได้รับความรู้ ความสุนกสนาน ช่วยให้นิสิตมีความสัมพันธ์กับชุมชนเข้าใจสังคมมากขึ้น เพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์ให้กว้างขวาง
๔.๖.๒ กิจกรรมปลูกป่าของมหาวิทยาลัย ณ มศว. องครักษ์ จ.นครนายก
๔.๖.๓ ร่วมพัฒนามหาวิทยาลัยและคณะศึกษาศาสตร์ ในวันสถาปนาคณะศึกษาศาสตร์ ทุกวันที่ ๑๖ ก.ย. ของทุกปี

๔.๗ กิจกรรมด้านนันทนาการและกลุ่มสัมพันธ์

๔.๗.๑ กิจกรรมกีฬาของนิสิตโครงการเพชรในตมรวมกันทุกชั้น/ปี เพื่อให้นิสิตชั้นปีที่ ๑ – ๔
ได้ร่วมนันทนาการ เสริมสร้างความสัมพันธ์ ความรัก ความสามัคคี ภายในกลุ่มของนิสิต เสมือนพี่น้องกัน
๔.๗.๒ กิจกรรมชมรมดนตรีไทย ต้องการให้นิสิตทุกคนมีความสามารถเล่นเครื่องตนตรีไทยได้อย่างน้อยคนละ ๑ ชิ้น
๔.๗.๓ การฝึกอบรมการเป็นผู้นำและสันทนาการ ณ ห้องพัก ฯ

หลักสูตรกิจกรรมพิเศษนี้ ใช้เป็นกรอบแนวทางการจัดกิจกรรมพิเศษให้แก่นิสิต เพื่อให้ได้รับความรู้และการปฏิบัติครบทุกด้านภายในระยะเวลา ๔ ปี ที่ศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัย กิจกรรมที่ปฏิบัติเหล่านี้จะถูกประเมิน และถือเป็นส่วนหนึ่งของการสำเร็จการศึกษา รวมทั้งใช้เป็นข้อมูลสำคัญส่วนหนึ่งในการพิจารณาบรรจุบัณฑิตเข้าทำงานด้วย
นอกจากนี้นิสิตเฉพาะชั้นปีที่ ๔ ยังจะได้ไปศึกษาดูงานการเรียนการสอนไกล ณ โรงเรียนวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ก่อนที่จะสำเร็จการศึกษา เพื่อจะได้มีประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับการสอนทางโทรทัศน์
และในปี ๒๕๔๒ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ผอ.ปค./ผู้อำนวยการโครงการอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง ได้อนุมัติให้ทำการคัดเลือกบัณฑิตเพชรในตม รุ่นที่ ๑๑ จำนวน ๓ คน(ชาย ๑ คน
หญิง ๒คน) ไปทำการสอนภาษาไทย และเผยแพร่วัฒนธรรมไทยให้เยาวชนไทยในนครลอสแองเจลลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อนเข้ารับการบรรจุเป็นข้าราชการครู ตามข้อเสนอของ พลโท เลิศรัตน์ รัตนวานิช ผู้อำนวยการส่วนกิจการพลเรือน กอ.รมน. ซึ่งเป็นผู้จัดทำโครงการ โดยใช้ระยะเวลาดำเนินการ ระหว่างวันที่ ๑๖ เมษายน ถึง ๑๔ มิถุนายน ๒๕๔๒ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บัณฑิตได้มีประสบการณ์ รู้จักแนวทางการประสานงานและการทำงานเป็นทีม ได้มีโอกาสส่งเสริมวัฒนธรรมไทยให้เยาวชนไทยอยู่ต่างประเทศ
ได้สืบทอดเจตนารมณ์ในวัฒนธรรมไทย และเผยแพร่ให้ชาวต่างชาติได้รับรู้ให้กว้างขวางขึ้น บัณฑิต
มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล ได้ฝึกให้ความรู้ความสามารถ การตัดสินใจ และการแก้ปัญหาด้วยตนเอง เกิดการเรียนรู้ ได้แลกเปลี่ยนภาษาตลอดจนวัฒนธรรมกับต่างประเทศ ทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีกับเยาวชนไทยในต่างประเทศเพื่อนำความรู้การปฏิบัติงานในต่างแดนมาประยุกต์ใช้กับชุมชน ซึ่งเป็นท้องถิ่นของตนเอง
และ/หรือ สถาบันการศึกษาของประเทศต่อไป ทั้งนี้ ยังได้รับการยอมรับ และได้รับการชมเชยจากผู้ที่เกี่ยวของและผู้ที่ให้การสนับสนุนหลายฝ่าย เช่น จากหัวหน้าสงฆ์วัดไทยในนครลอสแองเจลิส กงสุลใหญ่ไทย ในนครลอสแองเจลิส (คุณสุพจน์ ธีรเกาศัลย์) ซึ่งยืนยันความต้องการที่จะให้คัดเลือกส่งบัณฑิตเพชรในตมไปสอนภาษา และเผยแพร่วัฒนธรรมไทยให้เยาวชนไทยเป็นประจำทุกปีและขอให้ขยายระยะเวลาให้นานกว่านี้ด้วย สำหรับงบประมาณที่ใช้ดำเนินการครั้งนี้ กอ.รมน.เป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่าย เป็นเงินทั้งสิ้น ๑๗๓,๓๗๐.- บาท

๕.จำนวนบัณฑิตเพชรในตม

การดำเนินงานตามโครงการเพชรในตม ได้เริ่มตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๒๙ จนถึงปัจจุบันได้รับนิสิตโครงการเพชรในตมมาแล้ว
จำนวน ๑๙ รุ่น

 
รุ่นที่
      จำนวน

หมายเหตุ

รุ่นที่ ๑
๒๙ คน
รุ่นที่ ๒
๒๖ คน
รุ่นที่ ๓
๒๒ คน
รุ่นที่ ๔
๑๙ คน
รุ่นที่ ๕
๒๖ คน
รุ่นที่ ๖
๒๗ คน
รุ่นที่ ๗
๒๔ คน
รุ่นที่ ๘
๒๙ คน
รุ่นที่ ๙
๒๙ คน
รุ่นที่ ๑๐
๒๙ คน
รุ่นที่ ๑๑
๓๐ คน
รุ่นที่ ๑๒
๒๙ คน
รุ่นที่ ๑๓
๓๐ คน
รุ่นที่ ๑๔
๓๐ คน
รุ่นที่ ๑๕
๓๐ คน
รุ่นที่ ๑๖
๓๐ คน
รุ่นที่ ๑๗
๓๐ คน
รุ่นที่ ๑๘
๓๐ คน
(กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ ๔)
รุ่นที่ ๑๙
๓๐ คน
(กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ ๓)
รุ่นที่ ๒๐
๓๐ คน
(กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ ๒)
รุ่นที่ ๒๑
๓๐ คน
(กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ ๑)
    รวมนิสิตโครงการเพชรในตมตั้งแต่ รุ่นที่ ๑ – ๒๑ จำนวน ๕๘๙ คน
 

ซึ่งพักอยู่ในหอพักเพชรในตม สาเหตุที่นิสิตบางรุ่นไม่ครบตามจำนวน ๓๐ คน เนื่องจากสาเหตุดังนี้

๕.๑ การสละสิทธิ์(ในปีแรก) และผู้สอบได้สำรองรายงานตัวไม่ทัน
๕.๒ การได้รับทุนไปต่างประเทศ
๕.๓ กองทุนกำลังเอก การใช้จ่ายถ้าไม่เกิน ๑๐,๐๐๐.- บาท ฝ่ายกิจกรรมพิเศษขอรับการสนับสนุนได้เลย
ถ้าเกิน ๑๐,๐๐๐.- บาท คณะกรรมการเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ

๖. การสนับสนุนนิสิตโครงการเพชรในตมเมื่อจบการศึกษาแล้ว
๖.๑ บัณฑิตที่จบการศึกษา ได้เกรดเฉลี่ยตั้งแต่ ๒.๗๕ มีความประพฤติดี ปฏิบัติตามระเบียบหอพัก จะได้รับการบรรจุกลับไปภูมิลำเนาของตน และหรือ ไม่สามารถบรรจุกลับไปที่เดิมได้เนื่องจากไม่มีอัตรา และจะบรรจุในโรงเรียนใกล้เคียง ถ้ามีอัตราว่างเมื่อใด คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
จะบรรจุกลับไปในภูมิลำเนาเดิม ทั้งนี้ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อ ๒๔ เมษายน ๒๕๓๓ โดยไม่ต้องสอบแข่งขัน
๖.๒ บัณฑิตที่จบการศึกษาแล้ว แต่ผลการศึกษาเกรดเฉลี่ยไม่ถึง ๒.๗๕ หรือมีความประพฤติเสียหาย ทำผิดระเบียบหอพัก จะไม่ได้รับการบรรจุ และจะถูกปรับตามสัญญา และ/หรือคณะกรรมการเห็นชอบ
๖.๓ สมศ.กอ.รมน. สนับสนุนงบประมาณให้ อพป.สมศ.กอ.รมน. ภาค ๑ – ๔ จัดการอบรมให้ความรู้เพิ่มเติม พบปะสังสรรค์เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ตามความเหมาะสม
๖.๔ สมศ.กอ.รมน. สนับสนุนงบประมาณร่วมกับ มศว. ในการจัดอบรมให้ความรู้บัณฑิตที่ไปปฏิบัติงานแล้ว โดยจัดงานวันคืนสู่เหย้า(กิจกรรมให้ความรู้เพิ่มเติมในด้านความรู้ใหม่ ความมั่นคงของชาติเพื่อเป็นการพบปะสังสรรค์ แลกเปลี่ยนประสบการณ์)
๗. ลักษณะเด่นของโครงการ
ลักษณะเด่นสำคัญของโครงการเพชรในตมก็คือเป็นโครงการที่มีลำดับขั้นตอนการทำงานที่มี
ีประสิทธิภาพครบวงจร นั่นคือ
๗.๑ การคัดเลือกเยาวชนเข้าโครงการที่มีประสิทธิภาพ บริสุทธิ์ ยุติธรรม เช่น
๗.๑.๑ การออกข้อสอบ (จากคณะกรรมการ มศว.กอ.รมน.)
๗.๑.๒ อพป.สมศ.กอ.รมน.ภาค ๑ – ๓ รวบรวมผู้สมัครสอบและจัดการ
สอบ ณ อพป.สมศ.กอ.รมน.ภาค นั้น ๆ ยกเว้น อพป.สมศ.กอ.รมน.ภาค ๑ จะดำเนินการโดยตรง
โดย อพป.สมศ.กอ.รมน.ภาค ๑ ส่งรายชื่อ ให้ มศว. และ มศว. ดำเนินการสอบเอง
๗.๑.๓ การควบคุมการสอบ เจ้าหน้าที่ มศว. และ กอ.รมน. ร่วมกันดำเนินการ
๗.๑.๔ การตรวจข้อสอบ มศว.เป็นผู้ดำเนินการเอง
๗.๑.๕ การพิจารณาผลการสอบ พิจารณาโดยคณะกรรมการโครงการเพชรในตม
๗.๒ การจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ และสอดคล้องเหมาะสมกับสถานการณ์ ปัจจุบันสภาพชนบท
ในหมู่บ้าน อพป. ให้แก่นิสิตดังได้กล่าวมาแล้วข้างต้น
๗.๓ จัดการหางานให้บัณฑิต เมื่อบัณฑิตสำเร็จการศึกษา ณ ภูมิลำเนาหมู่บ้าน อพป. ของตน
หรือหมู่บ้านใกล้เคียง
๘. การวิจัย ประเมินผลโครงการเพชรในตม
คณะศึกษาศาสตร์ จัดคณะทำงานวิจัยและประเมินผลโครงการเพชรในตม จากปรากฏใน
รายงานการวิจัยเรื่อง“การประเมินผลโครงการเพชรในตม” แสดงให้เห็นว่า “โครงการเพชรในตม”เป็นตัวอย่างที่ดีของโครงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของชาติใน
ลักษณะอื่น ๆ ต่อไปได้ เป็นอย่างดี โครงการเพชรในตม ที่ดำเนินการมาได้อย่างต่อเนื่อง และมีปะสิทธิภาพจากการติดตามผลการปฏิบัติงานของบัณฑิตที่จบการศึกษาไปแล้ว พบว่าได้รับคำชมเชยและยอมรับว่ามีคุณค่าจากโรงเรียนต่าง ๆ เป็นประจำ ซึ่งเป็น
การบ่งบอกและแสดงถึงการร่วมมือของ กอ.รมน., มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกระทรวงศึกษาธิการ อย่างมี
ประสิทธิภาพและเป็นความภาคภูมิใจของทั้ง ๓ หน่วยงาน การที่โครงการ
เพชรในตมได้รับการยกย่อง ย่อมเป็นการแสดงถึงการยอมรับในคุณค่าและความสำคัญ
ของโครงการ อันจะเป็นผลให้เยาวชนที่มีผลการเรียนดี มีความสามารถ มีความประพฤติดี
ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ชนบท มีความพอใจเข้าร่วมโครงการมากขึ้น ส่วนบัณฑิตที่จบการศึกษาแล้ว และกำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างมีอุดมการณ์ เสียสละ เกิดความภาคภูมิใจ และมีกำลังใจ
ในการปฏิบัติงานต่อไป อันเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ
๙. รายละเอียดอื่น ๆ
โครงการเพชรในตมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ อพป.แห่งชาติ ซึ่ง กอ.รมน. ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการโครงการเพชรในตม ตามคำสั่ง กอ.รมน. ที่ ๑๓/๒๕๔๒ ลง ๑๘ ม.ค. ๔๒ โดยมีผู้เกี่ยวข้องที่สำคัญ พอสรุปได้ดังนี้
๙.๑ ผอ.ปค. เป็น ผอ.โครงการ อพป.แห่งชาติ
๙.๒ ลธ.รมน. เป็นประธานคณะกรรมการอำนวยการโครงการ อพป.แห่งชาติ/ประธานคณะกรรมการอำนวยการโครงการเพชรในตม
๙.๓ ผอ.สมศ.กอ.รมน. เป็น ผอ.ศอพป.กอ.รมน./รองประธานคณะกรรมการอำนวยการโครงการ
เพชรในตม
๙.๔ พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก เป็นที่ปรึกษา
๙.๕ เจ้าหน้าที่จากคณะศึกษาศาสตร์และจากหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมเป็นกรรมการจากหลักการและแนวความคิดนำมาสู่การปฏิบัติ โครงการเพชรในตมได้มีการ
ปรับปรุงการดำเนินงานมาเป็นลำดับ ผลการดำเนินงานประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ กล่าวคือ ผลผลิตของโครงการ ซึ่งได้แก่บัณฑิตโครงการเพชรในตมที่ออกไปทำงานในหมู่บ้าน อพป. สามารถปฏิบัติงานทั้งในด้าน การเรียน การสอน และการพัฒนาชนบทได้เป็นอย่างดีเป็นที่พอใจของผู้บังคับบัญชา ได้รับความเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับจากบุคคลที่เกี่ยวข้อง
การดำเนินงานโครงการเพชรในตม ตั้งแต่ปี ๒๕๒๙ จนถึงปัจจุบัน โครงการเพชรในตมได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ ให้เป็นโครงการดีเด่นของชาติ สาขาการพัฒนาสังคม (ด้านความมั่นคง) ประจำปี ๒๕๔๐ และ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ผอ.ปค./ผอ.โครงการ อพป.แห่งชาติ ได้เข้ารับพระราชทานประกาศเกียรติคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา เมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๔๒ ซึ่งเป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่ง สำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงาน และผู้ที่ให้การสนับสนุนโครงการเพชรในตมทุกคน

 
ศอพป.กมศ.กอ.รมน.ภาค ๒
ค่ายสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา ๓๐๐๐๐
โทร. ๐๔๔ ๒๔๖๔๙๘ มหาดไทย ๓๖๔๘๒ โทรทหาร ๒๒๐๖๖